วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2557


ตลาดน้ำบ้านดอน สุราษฎร์ธานี


ตลาดนัด ตลาดน้ำบ้านดอน สุราษฎร์ธานี เป็นตลาดน้ำรุ่นน้องเพิ่งบุกเบิกที่โด่งดังไม่แพ้ตลาดน้ำรุ่นพี่ ภายใต้แนวคิด  “บ้านดอนย้อนยุค” รวมของดีพื้นบ้าน ศิลปวัฒนธรรมของชาวใต้ มีการแสดงที่น่าสนใจและหาชมได้ยาก  และที่สำคัญได้กินอาหารพื้นบ้านของชาวสุราษฎร์ธานีที่ขึ้นชื่อ เช่น  ขนมโคบ้านดอน  ข้าวเกรียบอ่อนไชยา  ข้าวหลามน้ำรอบ ขนมบอกพุมเรียง  ขนมจั้งมะลวน  ข้าวเหนียวกวนท่าฉาง  ในบางขนมจาก  ขนมห่อ ขนมค่อม ขนมผิง ข้าวต้มมัดชาววัง ขนมจีนหม้อดิน  ผัดไทยโบราณ  ผัดไทยไชยา ขนมครก มะพร้าวแก้ว น้ำสมุนไพร  และยังมีลานนั่งเล่น โดยได้บรรยากาศการกินอาหารริมแม่น้ำ ในช่วงเวลาพลบค่ำ แสงพระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า ซึ่งตลาดนัด-ตลาดน้ำ บ้านดอน แห่งนี้มีรูปแบบภายใต้แนวคิด “บ้านดอนย้อนยุค” รวมของดีพื้นบ้าน ศิลปวัฒนธรรมของชาวใต้ มีการแสดงและการละเล่นที่น่าสนใจและหาชมได้ยากในสมัยนี้ชม เช่น ลิเกป่าไชยา เพลงนาบางงอน เพลงบอกพุนพิน เพลงเรือเกาะพงัน มโนราห์ หนังตะลุง เพลงกล่อมเด็ก เที่ยวชมบรรยากาศงานแบบไทยๆ สนุกกับการละเล่นพื้นบ้าน ชมหนังกลางแปลง ปาเป้า ยิงปืน ชิงช้าสวรรค์ ดูหนังวิก กินอาหารสำรับ ล่องเรือชมหิ่งห้อย

มีพ่อค้าแม่ค้าพร้อมใจกันแต่งชุดไทยย้อนยุค สร้างสีสันเสริมบรรยากาศให้กับตลาดน้ำได้ดีเลยทีเดียว บริเวณสวนสาธารณะข้างๆ ตลาดน้ำ จะมีลานจอดรถ และที่นั่งพักผ่อนสำหรับครอบครัวด้วยบรรยากาศที่ร่มรื่น ลมพัดเย็นสบาย 


เกือบทุกร้านคือใบตอง ไม่ว่าจะเป็นอาหาร หรือขนมชนิดใดที่สามารถใช้ใบตองได้แม่ค้าก็จะใช้ใบตองห่อสินค้า ดูแล้วน่าทานมาก  ความคิดนี้ไม่ใช่แค่ร่วมลดโลกร้อนนะ ใบตองก็เคยใช้เป็นภาชนะที่บรรพบุรุษเราใช้ห่อเสบียงอาหาร เห็นแล้วนึกถึงอดีตและสอดคล้องกับบรรยากาศของตลาดน้ำแห่งนี้ด้วยตลาดนัด ตลาดน้ำ บ้านดอน เปิดทุกวันอาทิตย์ เวลา 15.00-21.00 น. ณ บริเวณริมเขื่อนสวนสาธารณะศรีตาปี

ขอบคุณข้อมูลและภาพ facebook.com/taladnum.bandon, ontourinthai.com/suratthani, facebook.com/fesBukhRukSuRasdr

อ้างอิงจาก  http://www.suratthani-city.com/TH/content/pages/banndon_10092013_s.aspx








ศาลหลักเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี



ศาลหลักเมือง เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเมืองสุราษฎร์ ในช่วงเย็นถึงค่ำจะมีประชาชนมานมัสการศาลหลักเมืองกันหนาตาทุกวัน ด้านหน้าศาลมีซุ้มดอกไม้ธูปเทียนไว้บริการ โดยมีดอกบัวหลวง ดาวเรือง และบานไม่รู้โรย จัดไว้ในถาดเล็กๆ ดอกบัวหมายถึงการบูชาพระอริยเจ้าเพื่อความเป็นสิริมงคล ส่วนดอกดาวเรืองและบานไม่รู้โรย หมายถึงความเจริญรุ่งเรืองตลอดกาล 

- เปิดเวลา 06.00-18.00 น.
- มีพิธีสวดมนต์ของชมรมสายธารบารมีทุกวันอาทิตย์ เวลา 17.30 น.

ที่ตั้งและการเดินทาง สนามศรีสุราษฎร์กลางเมืองสุราษฎร์ ใกล้แม่น้ำตาปี ต.ตลาด อ.เมือง 

รถยนต์ส่วนตัว จากทางหลวงหมายเลข 401 เลี้ยวซ้ายเข้าตัวเมืองที่สามแยกท่ากูบ ไปตาม ถ.ศรีวิชัย ข้ามสะพานข้ามคลองมะขามเตี้ย ผ่านหน้าโรงแรมวังใต้ เข้า ถ.ตลาดใหม่ ขับผ่านสี่แยกดอนนกไปไม่ไกลจะถึงศาลหลักเมืองอยู่ซ้ายมือเยื้องกับสถานีตำรวจ 

รถรับจ้าง ขึ้นรถตุ๊กตุ๊กในตัวเมืองสุราษฎร์ 

ประวัติ เสาหลักเมืองสร้างเมื่อ พ.ศ.2538 ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์สมบัติครบ 50 ปี บริเวณที่สร้างศาลถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เดิมเป็นที่ตั้งของศาลากลางจังหวัดหลังเก่า อีกทั้งยังเคยเป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 อีกด้วย 

สิ่งน่าสนใจ
มณฑปศาลหลักเมือง สร้างด้วยคอนกรีตตามแบบศิลปะศรีวิชัย คล้ายกับพระบรมธาตุไชยา แต่มีขนาดใหญ่กว่าสองเท่า ฐานเป็นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรมุข มีบันไดทางขึ้นสี่ด้าน มีซุ้มประดับลายปูนปั้น ด้านหน้าเป็นตราสัญลักษณ์ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ครบ 50 ปี ล้อมรอบด้วยสนามหญ้าในตอนค่ำจะเปิดไฟประดับสวยงามมาก 

หลักเมือง ประดิษฐานอยู่ภายในมณฑป แกะสลักจากต้นราชพฤกษ์ขนาดใหญ่ที่พบในป่าสุราษฎร์ธานี มีอายุถึง 139 ปี ลงรักปิดทอง สูงประมาณ 5 ม. โดยแกะสลักแบบศิลปะศรีวิชัย บนยอดมีพระพักตร์พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรสี่ทิศ ยอดบนสุดบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่ฐานเสาะเป็นลวดลายประยุกต์จากพระอุระของพระโพธิสัตว์ ใช้เวลาแกะสลักนานถึง 6 เดือนโดยช่างพื้นบ้านฝีมือเอก


อ้างอิง : http://www.thailands360.com