วันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556



อธิบายคำสั่งต่อไปนี้
<?php
$sql ="select * from student order by id asc ";
$query=mysql_query($sql) or die(mysql_error());
$num=mysql_num_rows($query);
echo $num;
?>

1.กำหนดตัวแปรsql ให้เลือกทั้งหมดจากตาราง student โดยเรียงจากน้อยไปหามาก

2.กำหนดตัวแปร query และตัวแปร error

3.นับจำนวนแถว query

4.แสดงจำนวน echo
สร้าง Database และ Table ด้วย phpMyAdmin

เริ่มแรก เราก็ต้องเข้าใช้โปรแกรม phpMyAdmin กันก่อนค่ะ ตามที่เราได้เลยศึกษากันแล้วบทความ "เริ่มต้นใช้งาน phpMyAdmin" เมื่อเข้ามาในหน้าแรก phpMyAdmin แล้ว 

ขั้นตอนแรก ให้สังเกตบริเวณฝั่งขวามือ หาส่วนสำหรับสร้างฐานข้อมูลใหม่ ตามภาพที่ 1 ให้เราใส่ชื่อฐานข้อมูลที่เราจะสร้าง ในที่นี้ของยกตัวอย่างการสร้างฐานข้อมูลนักเรียนนะค่ะ เลยตั้งชื่อฐานข้อมูลว่า student

เมื่อเรากดปุ่มสร้าง Database ไปแล้ว จะสังเกตได้ว่าด้านซ้ายมือของเราจะปรากฏชื่อฐานข้อมูล student ที่เราได้สร้างขึ้นมา ดังภาพที่ 2

ขั้นตอนที่ 2 หลังจากเราได้สร้างฐานข้อมูลแล้ว เราจะมาสร้างตาราง หรือ Table เพื่อเตรียมไว้สำหรับรองรับการเก็บข้อมูลกันต่อ โดยสังเกตบริเวณฝังขวามือจะเจอส่วนของการสร้างตารางดังภาพที่ 3 ให้เราตั้งชื่อตาราง และจำนวนฟิลด์ข้อมูล แล้วกดปุ่มลงมือ

ในที่นี้ขอตั้งชื่อตารางเป็น personal ทั้งนี้เพราะ Webmaster ตั้งใจจะสร้างตารางนี้เพื่อเก็บข้อมูลส่วนของประวัตินักเรียน โดยจะเก็บข้อมูล 
1. ชื่อ

2. นามสกุล

3. ที่อยู่ 

4. เบอร์โทรศัพท์


จะเห็นได้ว่ามีการเก็บข้อมูลทั้งหมด 4 ข้อมูล ซึ่งการกำหนดจำนวนฟิลด์เราก็คิดตามจำนวนของข้อมูลข้างต้นนี่ละค่ะ ซึ่งจากข้อมูลก็จะได้ 4 ฟิลด์ (หรือใครจะเอาแค่ 3 ก็ได้ค่ะ หากเอา ชื่อ กับนามสกุลเก็บในฟิลด์เดียวกัน) แต่ที่ Webmaster กำหนดค่าฟิลด์เป็น 5 ก็เพราะในการเก็บข้อมูลนั้น เราจะต้องใช้ฟิลด์บางฟิลด์ในการอ้างอิงถึงข้อมูลในตาราง จึงต้องสร้างฟิลด์ นี้ไว้อีกหนึ่งฟิลด์เพื่อเอาไว้เป็นตัวอ้างอิงลำดับของข้อมูล (ดัชนี

ดังนั้นในฟิลด์ Sid เราต้องกำหนดค่า "ว่างเปล่า (null)" เป็น not null และกำหนดค่า "เพิ่มเติม" เป็น auto_increment เพื่อให้ข้อมูลในฟิลด์นี้เพิ่มค่าขึ้นทีละหนึ่งโดยอัตโนมัต นอกจากนี้แล้วฟิลด์ Sid ที่ใช้ในการอ้างอิง (ดัชนี) จะต้องกำหนดค่าเป็นไพรมารี (PRIMARY) ด้วย โดยการเลือกในช่องไพรมารี (รูปกุญแจ)

ขั้นตอนที่ 3 เมื่อเรากดปุ่มลงมือไปแล้ว เราก็ต้องมากำหนดชื่อฟิลด์ข้อมูล ซึ่งควรตั้งชื่อให้สื่อถึงข้อมูลที่เราจะเก็บ โดยการตั้งเป็นชื่อภาษาอังกฤษ (จะตั้งเป็นตัวพิมพ์เล็กหรือใหญ่ก็ได้)

ฟิลด์แรก ขอตั้งชื่อว่า Sid (ตั้งเป็นตัวย่อ มาจาก Student id) สำหรับเก็บลำดับข้อมูลของนักเรียน ซึ่งฟิลด์ลำดับมักจะสร้างไว้เป็นฟิลด์แรก ในที่นี้กำหนดชนิดของข้อมูลเป็น INT (Integer) เพราะฟิลด์นี้สร้างขึ้นสำหรับเก็บข้อมูลที่เป็นตัวเลขเท่านั้น

ส่วนฟิลด์อื่น ก็ตั้งชื่อให้สื่อถึงข้อมูลที่เราจะเก็บ กำหนดชนิดของข้อมูลเป็น VARCHAR เพื่อใช้เก็บข้อมูลที่เป็นตัวอักษร และความยาวของข้อมูลนั้น ชนิด VARCHAR เราจะนับตามจำนวนตัวอักษร 

เดียวในเรื่องของชนิดข้อมูลนี้ Webmaster จะขออธิบายให้ศึกษากันในบทความครั้งหน้านะค่ะ (ไม่งั้นบทความนี้ยาวแน่ ค่ะ)
เมื่อตั้งชื่อฟิลด์และกำหนดรายละเอียดเรียบร้อยแล้วก็กดปุ่มบันทึกได้เลยค่ะ

ผลลัพธ์ก็จะมี Table ปรากฏด้านซ้ายมือตามชื่อที่เราได้สร้างไว้ และเมื่อเราคลิกที่ Table ก็จะมีรายละเอียดโครงสร้างตามที่เรากำหนดไว้ในขั้นตอนที่ 3 ค่ะ แค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ 




วันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

$score=65; if($score < 50){echo 'grade 0';}

else if($score <55){echo 'grade 1';}

else if($score <60){echo 'grade 1.5';}

else if($score <65){echo 'grade 2';}

else if($score <70){echo 'grade 2.5';}

else if($score <75){echo 'grade 3';}

else if($score <80){echo 'grade 3.5';}

else{echo 'grade 4';}